ชาเขียวของดีจากญี่ปุ่น
กว่าจะมาเป็นชาเขียว
ชาเขียวคือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ซึ่งเป็นต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia Sinensis โดยเป็นชาในชนิดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลยนะเออ

สารอาหารสำคัญจากชาเขียว
ได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี กรดอะมิโน และสารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และยังมีสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน ซึ่งสารคาเทชินนั้นสามารถแยกออกเป็น 5 ชนิด นั่นก็คือ gallocatechin (GC), epicatechin (EC), epigallocatechin (EGC), epicatechin gallate (ECG), และ epigallocatechin gallate (EGCG) ซึ่งสามารถพบสารคาเทชินได้มากและมีฤทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดในชาเขียว
ประโยชน์จากชาเขียว
เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า ชาเขียวมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ ในกระบวนการผลิตชา พบว่าชาเขียวจะให้ปริมาณสารสำคัญมากที่สุดเมื่อเทียบกับชาดำและชาอู่หลง เพราะสกัดด้วยการอบไอน้ำ จะไม่ทำลายสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะสารสำคัญในชาเขียว ที่มีชื่อว่า EGCG (Epigallocatechin gallate) เป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ซึ่งแรงกว่าวิตามินซี 100 เท่า และแรงกว่าวิตามินอี 25 เท่า
ดังนั้นประโยชน์ของชาเขียวจึงมีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น
1. ใช้ในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากชาเขียวมีกลไกการทำงาน คือ
ยับยั้งขบวนการย่อยไขมัน : โดยไปยับยั้งเอนไซม์ไลเปส และลดกระบวนการแตกตัวของไขมัน ทำให้ไขมันดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง
กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและไขมันทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายเพิ่มขึ้น
2. ช่วยในการล้างพิษ
ชาเขียว ช่วยพัฒนาการทำงานของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ทำให้ประสิทธิภาพการย่อยอาหารดีขึ้น ลดการสะสมสารพิษในลำไส้ และลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ตับ ทำให้ตับสามารถกำจัดสารพิษได้ดีขึ้นอีกด้วย
3. ต้านอนุมูลอิสระ
ต้านมะเร็ง จากการศึกษา พบว่าชาเขียวจะยับยั้งการแบ่งตัวของเซลมะเร็ง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้
ชะลอวัย ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณดูสดใส อ่อนเยาว์
ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายเซลล์หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล
ชาเขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
ความแตกต่างของชาเขียวทั้งสองประเภทนี้ มาจาก "วิธีการปลูก" ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเอาส่วนของยอดอ่อนใบชาเขียวที่มีความสด และเป็นใบอ่อน เมื่อเก็บมาใหม่ๆ จะนำไปเข้าสู่กระบวนการอบแห้ง จะได้ออกมาเป็นชาเขียวแบบใบแห้งที่เรียกว่า “เทนชะ” ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตต่อไป โดยแบ่งประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ผงชาเขียวธรรมดา
ผงชาเขียวธรรมดา จะมีกระบวนการบดที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ส่วนใหญ่นำมาชงด้วยวิธีการกรองเอาใบชาออก ให้ได้เป็นน้ำชาใสๆ ที่มีกลิ่นและรสชาติไม่เข้มข้นมากนัก คนมักนำมาดื่มทั้งร้อนและเย็น ใบจะไม่ละเอียดมาก อาจมีสีเข้มขึ้น เพราะผ่านการบดที่โดนความร้อน

2. ผงชาเขียวมัทฉะ
มัทฉะจะเป็นผงชาเขียวที่มีราคาแพงมากกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากกระบวนการทำมีความยุ่งยากมากกว่า ในการบดจะต้องใช้เทคโนโลยีที่จะไม่ทำให้ใบชาโดนความร้อน เพื่อเป็นการรักษาสีเขียวของใบ รสชาติที่สดใหม่เหมือนเด็ดจากต้น และคุณค่าของใบชาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด อีกทั้งเมื่อบดออกมา จะมีความละเอียดมากๆ สามารถนำไปชงละลายน้ำได้ทันที และได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าผงชาเขียวธรรมดา ชาเขียวชนิดนี้ ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ขนมหวาน รวมไปถึงอาหารบางชนิด

เพื่อนๆหลายคนที่ชื่นชอบชาเขียวและ ชอบที่จะดูแลสุขภาพ ในปัจจุบันชาเขียวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่กำลังเป็นที่นิยมเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักของขนมหวาน เช่น คุกกี้เพื่อสุขภาพ เราขอแนะนำ คุกกี้โฮมเมดเพื่อสุขภาพจากร้าน “ Lovely Coookie ” คุกกี้ชาเขียวของเราใช้ชาเขียวมัทฉะแท้ หอม เข้มข้น อร่อย กินได้ทุกเวลา แครอลี่ไม่สูง สนใจคุกกี้โฮมเมดเพื่อสุขภาพจาก “ Lovely Coookie ” ติดต่อที่เว็บไซค์ของเราได้เลยนะเออ https://lovelycoookie.wixsite.com/cookie


























header.all-comments